บทที่ 5 เด็กเสี่ย
"ฉันนึกว่าแกขี้จนส้วมเต็มแล้วยัยแพตตี้ หายไปซะนานนึกว่าจะไม่เข้าเรียนฉันเกือบเรียกรถฉุกเฉินไปรับแกที่หน้าห้องน้ำ"
เสียงแหลมๆก็ยัยลูกอมเปิดฉากขึ้นทันทีที่ฉันก้าวเท้าเดินเข้าห้องเรียนปากแจ๋วสูสีกับฉันก็ยัยลูกอมนี่แหละ ไม่รู้ว่าชาติก่อนมันเคยเกิดเป็นไก่มาก่อนหรือเปล่าจิกเก่ง ฉันเข้าห้องยังไม่ทันจะได้นั่งมันก็กัดฉันจนพรุน
"ฉันถามจริงลูกอม แกเป็นโรคขาดความอบอุ่นใช่ไหมแกถึงได้หาเรื่องว่าฉันอยู่ได้ตอนอยู่ที่บ้านแกน่าจะเหงาจึงมาระบายออกกับฉัน"
มันเป็นเรื่องปกติและรรมดามากที่พวกฉันสองคนจะเล่นกันแรงๆ ถ้าเป็นสายตาของคนอื่นมองมาคงคิดว่าเราสองคนทะเลาะกันหรือไม่ก็เป็นศัตรูที่ตามกันมาแต่ชาติปางก่อน
"พอเลยทั้งคู่ ฉันละเหนื่อยกับพวกแกสองคน จริงๆโน่นอาจารย์เดินมาแล้วถ้าไม่ยังหยุดกัดกันฉันว่าพวกแกสองคนคงหนีไม่พ้นโดนไล่ออกจากห้อง"
ดีที่ได้กันยาคอยแยกไว้เราสองคนจึงหันกลับไปตั้งใจเรียน โดยที่ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องที่ไปเจอใครในห้องน้ำมา จนกระทั่งเราเรียนเสร็จจึงพากันลงมารอรับน้องกิจกรรมรับน้องวันแรกช่างมากมายน่าปวดหัว
เหล่าพี่ๆทุกชั้นปีเรียกรวมน้องๆปีหนึ่งทุกสาขามารวมกันในห้องประชุม ในขณะที่ทุกคนนั่งฟังพี่ชี้แจงรายละเอียดต่างๆอย่างตั้งใจและเงียบสงบ
"แกการรับน้องคณะเราโหดปะ หวังว่าคงไม่ให้เราทำอะไรแปลกๆ แล้วลงโทษหนักหรอกนะ"
นิชาผู้กลัวการรับน้องมันถามฉันขึ้นมา เรื่องกิจกรรมการรับน้องของคณะเราฉันได้ลองหาข้อมูลมาบ้างแล้ว
"ฉันดูเพจของมหาวิทยาลัยคณะเราการรับน้องไม่โหด ส่วนมากจะเป็นกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์กันมากกว่า"
ฉันเล่าให้นิชาฟัง ฉันผู้ชอบขลุกอยู่ในเพจต่างๆ เรื่องข้อมูลพวกนี้จึงไม่ยากเลยสำหรับฉัน กันยา ลูกอมรวมทั้งฉันกับนิชาพากันเมาท์มอยแข่งกับเสียงของรุ่นพี่
"น้องๆกลุ่มนั้นเงียบๆฟังพวกพี่อธิบายให้จบก่อนนะคะ"
มีเสียงของรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมา ฉันจึงหันไปมองตามเสียงที่ได้ยินและเห็นทุกสายตาเพ่งเล็งมาที่กลุ่มของฉัน พี่ผู้หญิงคนนั้นคงหมายถึงกลุ่มฉันแน่ๆ ฉันกับเพื่อนจึงพากันรูดซิบปากอยู่อย่างเงียบๆ การมารับน้องวันแรกของพวกฉันก็โดนเพ่งเล็งซะแล้ว จากสายตาไม่เป็นมิตรของหลายคนคงมีคนหมั่นไส้กลุ่มฉันไม่น้อย ฉันได้ยินพวกนั้นซุบซิบนินทาคงอิจฉาที่พวกฉันสวยกว่า เมื่อจบกิจกรรมรับน้องเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนพวกพี่เขาก็ปล่อยปีหนึ่งกลับทันที่เพื่อพักผ่อน พวกฉันจึงเดินออกมาที่รถและกำลังจะแยกย้ายกัน
"นิชาไปไหนต่อปะ หาไรกินไหม"
ลูกอมชวนนิชาหาของกิน และมันก็หันมามองฉันกับกันยาเป็นอันรู้กันในกลุ่มว่ามันชวนไปด้วยกัน ฉันยังไม่ได้ตอบรับได้แต่ยืนรอคำตอบของนิชาว่ามันจะเอายังไง ถ้านิชากับกันยาไปฉันก็ตามไปด้วยเสมอไม่เคยพลาดทุกเหตุการณ์
"ไม่ล่ะวันนี้น้องชายฉันจะมาหาที่คอนโด ถ้าขืนกลับช้านิดลได้ไปฟ้องแม่ฉันแน่ยิ่งไม่อยากให้มาอยู่ข้างนอกด้วยสิ"
นิชาตอบปฏิเสธเป็นอันรู้กันว่าต่างคนต่างแยกย้าย
"งั้นก็แยกย้าย"
เสียงของกันยาที่บอกให้พวกเราแยกย้าย ใบหน้ากลมๆของลูกอมเหมือนจะผิดหวังนิดหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนอยากไปกินด้วย เราสี่คนเลยขึ้นรถแยกกันทางใครทางมัน
ฉันก้าวขาขึ้นมาบนรถกำลังจะสตาร์ทรถเพื่อจะกลับคอนโด วันนี้ขี้เกียจกลับไปนอนบ้านคอนโดจะใกล้มหาลัยมากกว่า มันมีความสะดวกสบายหรูหราขนาดใหญ่และราคาอันแพงแสนแพงและที่สำคัญมันเงียบสงบทำให้ฉันไม่อยากกลับไปบ้าน
ฉันกับเพื่อนๆไม่ได้อยู่คอนโดเดียวกัน เพราะพ่อๆของพวกเราแต่ละคนเป็นคนจัดการทั้งหมดทำให้พวกฉันได้ไม่มีโอกาสเลือก และพวกฉันรู้ดีถ้าขืนขัดใจคนซื้อให้คงไม่ได้ออกมาอยู่ข้างนอกกัน
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
"ค่ะป๊า มีอะไรหรือเปล่า แพตตี้จะกลับไปนอนที่คอนโดพรุ่งนี้หนูมีเรียนเช้า ป๊าจะให้หนูไปหาที่โรงแรมไหนนะคะ ค่ะเดี๋ยวหนูออกจากมหาลัยตรงไปที่โรงแรมเลยนะคะ ป๊ารอหนูอยู่ห้องนั้นได้เลยค่ะ"
พ่อของฉันโทรมาถามว่าจะกลับไปนอนบ้านไหม และชวนไปทานข้าวที่โรงแรมกราเซียร์ โรงระดับห้าดาวของประเทศที่มีความหรูหราราคาต่อห้องไม่ต้องบอกว่าแพงแค่ไหนเพราะเป็นระดับลักชัวรี ป๊าฉันนัดลูกค้าคุยเรื่องธุระกิจหลังเสร็จจากการคุยงานจึงอยากชวนฉันกินข้าวด้วย
ฉันขับรถมาถึงโรงแรมตามที่ป๊าโทรบอกและเดินตรงขึ้นไปยังห้องที่ป๊าคุยงาน ผู้ร่วมทุนออกไปกันหมดเหลือแค่ป๊าที่ยังคงรอลูกสาวแสนสวยไปทานข้าวด้วย ปกติป๊าม้าไม่ค่อยได้ทานข้าวที่บ้านต้องออกไปคุยงานทำงานข้างนอกตลอด ไม่รู้วันนี้ป๊าคิดยังไงถึงนัดฉันมากินข้าวด้วยกัน เมื่อกินข้าวเสร็จเรียบร้อยฉันจึงเดินออกจากห้องนั้นและเดินกอดเอวเคียงข้างมากับป๊าจนเป็นเรื่องปกติของฉันที่เป็นลูกคนเดียว ฉันมักจะแสดงความรักป๊ากับม้าด้วยการกอด การหอมแก้มจนทุกคนในบ้านชินตาและเห็นเป็นประจำ
ฉันกำลังเดินกอดเอวป๊ามาตามทางเดินจู่ๆก็มีประตูห้องพักหนึ่งเปิดออกมา แล้วก็มีผู้ชายสูงยาวหน้าตาหล่อเหลาโผล่ออกมาจากประตู ที่สำคัญและน่าตกใจคือเขาเป็นผู้ชายที่ฉันแสนคุ้นเคยกำลังกอดเอวสาวสวยหุ่นเอ็กซ์พาเดินออกมาจากห้องนั้น ฉันใช้สายตาสำรวจสภาพเสื้อของผู้หญิงมันยับยู่ยี่คงไม่ต้องบอกว่าทำอะไรกันมา
"มีเงินเปิดห้องเอาที่โรงแรมแล้วเหรอคะ"
ฉันพูดลอยๆให้พี่ดิวได้ยินสองคนขณะเดินสวนกันใกล้ๆ
"หึ"
ฉันคิ้วย่นขึ้นทันทีด้วยความไม่พอใจในเสียงหัวเราะเยาะเย้ยนั่นของพี่ดิว และน่าจะเป็นฉันมากกว่าที่ฝ่ายหัวเราะเยาะเย้ยพี่ดิว มีป๊าเดินมาด้วยฉันจึงไม่สนใจหันหลังกลับไปมองหน้ากวนๆของพี่เขา
ป๊าเดินมาส่งถึงรถฉันจึงหอมแก้มป๊าไปหนึ่งทีก่อนที่ป้าจะเดินแยกไปขึ้นรถ ฉันยืนมองป๊าขึ้นรถตู้หรูขับออกไปจากลานจอดรถและจะกำลังจะหันหลังกลับไปเปิดประตูรถตัวเอง
"ที่แท้ก็เป็นเด็กเสี่ยนี่เอง ถึงเสี่ยจะยังดูยังไม่แก่เท่าไหร่แต่พี่ว่าลีลาไม่น่าจะดีหรือเด็ดเท่าพี่นะ ไหนบอกว่าเจอของเด็ด และดีกว่า พี่ว่าท่าทางอย่างนี้ไม่น่าจะมีแรงเอาทั้งคืนนะ"
ฉันหันขวับกลับไปมองเจ้าของเสียงเหยียดหยันพูดจาดูถูกฉัน พี่เขาเดินตามฉันมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันแค่เห็นหน้าและรอยยิ้มร้ายกาจนั่นฉันก็อยากตบปากเสียๆให้ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป
"ถึงจะดูมีอายุแต่เสี่ยยังแรงดีนะคะ ไม่อ่อนปวกเปียกเหมือนบางคน แถมลีลาเสี่ยยังโคตรเด็ดมาก ทำสาวติดไม่ยอมไปไหน"
สาวติดที่ว่าคือแม่ฉันเองที่ครองคู่อยู่กับพ่อฉันมานานรักใคร่กันดีไม่เคยนอกใจ พี่เขาอยากมาว่าฉันแรงๆดีนักเจอฉันสวนกลับแบบเจ็บๆ ฉันส่งสายตาเหยียดหยันไปให้พี่ดิวอย่างเห็นได้ชัด ตอนบ่ายก็เอาไปแล้วที่ห้องน้ำยังไม่พอตกเย็นลากมากินถึงโรงแรมอีกต่างหาก อถมยังกล้าใช้บริการโรงแรมที่มีค่าห้องแสนแพง พี่เขาช่างลงทุนเหลือเกิน ผู้ชายอะไรเจ้าชู้มักมากเอาได้ตลอดเวลา ถึงจะเป็นเสปกฉันก็เถอะอันตรายเกินไปไม่น่าเข้าใกล้เลยสักนิดเดียว
"นี่!! แพตตี้มันจะมากไปแล้วสองครั้งแล้วนะที่ว่าพี่ เธอมาลองดูกับพี่ไหมล่ะ เธออาจจะติดใจพี่มากว่าเสี่ยของเธอก็ได้"
ฉันอยากตบปากพี่ดิวให้ฟันร่วงหมดปากมันจะมากไปแล้วกล้าว่าพ่อฉันเป็นเสี่ยกินเด็กดูถูกกันเกินไปแล้ว
"แพตตี้คิดว่าน่าจะเป็นพี่มากกว่าที่จะติดใจแพตตี้ อย่าริลองเลยค่ะ เดี๋ยวติดแพตตี้งอมแงมไปไหนไม่รอด"
ฉันเอ่ยท้าทายพี่ดิวไปคนอย่างแพตตี้ไม่เคยยอมใคร คนอะไรหลงตัวเองน่าดู
"หึ หึ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะติดใจใครกันแน่ เธออย่าเพิ่งรีบหนีไปไหนล่ะ"
พี่ดิวยิ้มเจ้าเล่ห์และพูดจากวนประสาทมากคนอะไรมั่นใจมากเกินไปแล้วไม่มีทางซะล่ะ
"แพตตี้ไม่หนีแน่นอนค่ะ เจอกันนะคะ"
พี่ดิวกล้าท้ามาฉันก็ท้ากลับไปหนึ่งกรุบ
"ได้..เดี๋ยวเราได้เจอดีแน่"
ฉันยิ้มท้าทายอย่างมั่นใจแล้วหันหลังกลับไปขึ้นรถ เราต่างคงต่างแยกย้ายวันนี้ลับฝีปากหอมคอเพราะฉันเหนื่อยมาก ส่วนพี่
ดิวคงไม่ต่างจากฉันมากนักหรอก เราจึงแยกย้ายขึ้นรถกลับ
ฉันได้แต่คิดในใจและมั่นใจมากว่าฉันไม่มีทางแพ้ เดี๋ยวพี่ดิวได้รู้ฤทธิ์ยัยแพตตี้คนนี้แน่ๆแสบๆคันๆนั่นแหละฉัน
